งบโฆษณาดิจิทัลไทยปี 2569 พลิกกลับมาโต 0.3%: ตัวเลขใหม่จาก DAAT บอกอะไรกับธุรกิจ
สรุปสั้น ๆ
ต้นเดือนตุลาคม 2569 สมาคมโฆษณาดิจิทัล (DAAT) และ Kantar ปรับคาดการณ์งบโฆษณาดิจิทัลไทยทั้งปีจากติดลบ 0.3% เป็นเติบโต 0.3% หรือราว 32,339 ล้านบาท Meta ยังครองส่วนแบ่งสูงสุด 25% ตามด้วย TikTok 24% ที่โต 16% ขณะที่ YouTube, LINE และ Display ลดลง บทเรียนสำหรับธุรกิจคือต้องใช้งบให้ฉลาดขึ้นผ่านคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ และการขาย ไม่ใช่แค่เพิ่มงบ
ตัวเลขที่เปลี่ยนไปในรอบอัปเดตเดือนตุลาคม
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT ร่วมกับ Kantar ประกาศตัวเลขคาดการณ์งบโฆษณาดิจิทัลปี 2569 ฉบับปรับปรุง โดยคาดว่าทั้งปีจะเติบโต 0.3% คิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 32,339 ล้านบาท ต่างจากตัวเลขเมื่อต้นปีที่คาดว่าจะติดลบ 0.3%
ความต่างแค่ 0.6 จุดอาจดูเล็ก แต่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์มาก กรุงเทพธุรกิจรายงานว่าหากตัวเลขต้นปีเป็นจริง นี่จะเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปีที่งบโฆษณาดิจิทัลไทยหดตัว ฝั่ง Kantar อธิบายเพิ่มว่าตลาดนี้เคยโตสองหลักติดต่อกันมานาน ก่อนชะลอลงช่วงโควิด และโตเพียงหลักเดียวตั้งแต่ปี 2567 ถึง 2569
ปัจจัยที่สื่อหลายสำนักชี้ตรงกันคือโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แบบร่วมจ่าย 60/40 ของรัฐ ซึ่งช่วยพยุงกำลังซื้อผู้บริโภค ทำให้แบรนด์ไม่ตัดงบดิจิทัลลงมากอย่างที่กังวลกันในช่วงต้นปี
เงินไหลไปแพลตฟอร์มไหน และไหลออกจากไหน
ภาพรวมแพลตฟอร์มปี 2569 แสดงให้เห็นว่าเงินไม่ได้หายไปจากดิจิทัล แต่ย้ายที่อยู่ Meta (Facebook และ Instagram) ยังเป็นช่องทางที่ได้งบมากที่สุด แต่ลดลง 4% ขณะที่ TikTok โตขึ้น 16% จนมีส่วนแบ่งใกล้เคียง Meta มาก สามแพลตฟอร์มใหญ่อย่าง Meta, TikTok และ YouTube รวมกันได้งบเกินครึ่งของตลาด
ช่องทางที่โตแรงคือหมวดโซเชียลอื่น ๆ และอีคอมเมิร์ซ ส่วนช่องทางที่ถูกตัดหนักคือ Display, Online Video, YouTube และ LINE ซึ่งสะท้อนว่าแบรนด์กำลังเทงบไปยังพื้นที่ที่ใกล้จุดขายมากขึ้น
- Meta: 8,157 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 25% ลดลง 4%
- TikTok: 7,779 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 24% เพิ่มขึ้น 16%
- YouTube: 3,180 ล้านบาท ลดลง 15%
- Social อื่น ๆ: 2,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29%
- Search: 1,594 ล้านบาท ลดลง 2%
- LINE: 1,504 ล้านบาท ลดลง 15%
- E-Commerce: 1,345 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28%
- Display: 1,061 ล้านบาท ลดลง 24%
อุตสาหกรรมไหนเร่งใช้งบ อุตสาหกรรมไหนถอย
หมวดสกินแคร์ยังเป็นผู้ใช้งบดิจิทัลอันดับหนึ่งด้วยเม็ดเงินราว 6,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% หมวดที่โตเร็วกว่านั้นได้แก่ การแพทย์และสุขภาพ (+58%) ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม (+39%) และผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก (+31%) กลุ่มเหล่านี้มีจุดร่วมคือขายผ่านคอนเทนต์รีวิวและครีเอเตอร์ได้ดี
ฝั่งที่ลดงบชัดเจนคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (-53%) สถานีบริการน้ำมัน (-44%) วิตามินและอาหารเสริม (-36%) ยานยนต์ (-21%) และธนาคาร (-20%) หลายหมวดเป็นสินค้าราคาสูงหรืออยู่ภายใต้แรงกดดันด้านเศรษฐกิจและกฎระเบียบ การลดงบจึงสะท้อนความระมัดระวังมากกว่าการเลิกใช้ดิจิทัล
งบเท่าเดิม แต่ความสนใจของผู้คนแพงขึ้น
คุณโศรดา ศรประสิทธิ์ นายกสมาคม DAAT อธิบายในทำนองว่าเม็ดเงินไม่ได้ออกไปจากดิจิทัล แต่กำลังเคลื่อนไปสู่ระบบที่เชื่อมสื่อ คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ การขาย ข้อมูล และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน และโจทย์ต่อจากนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มงบในช่องทางดิจิทัล
ข้อมูลอีกชิ้นที่น่าสนใจคือ 92% ของผู้เล่นในอุตสาหกรรมใช้เครื่องมือ AI แล้วตามข้อมูลช่วงต้นปี เมื่อการผลิตคอนเทนต์เร็วและถูกลง สิ่งที่หายากจึงกลายเป็นความสนใจของผู้ชม ไม่ใช่ตัวคอนเทนต์อีกต่อไป ลูกค้าหลายรายยังดึงงานบางส่วนกลับมาทำเองในองค์กรด้วย
ในมุมของเรา ตลาดที่งบรวมแทบไม่โตแปลว่าทุกแบรนด์กำลังแย่งพื้นที่โฆษณาชุดเดิม ราคาต่อการเข้าถึงในช่องทางยอดนิยมจึงมีแนวโน้มถูกดันขึ้น ใครที่พึ่งโฆษณาอย่างเดียวจะรู้สึกว่าได้ผลตอบแทนน้อยลงเรื่อย ๆ
ความหมายสำหรับธุรกิจไทย
ข้อแรก ช่องทางที่ธุรกิจเป็นเจ้าของเองอย่างเว็บไซต์ LINE Official Account และฐานข้อมูลลูกค้า มีค่ามากขึ้น เพราะเป็นพื้นที่ที่ไม่ต้องจ่ายค่าเข้าถึงซ้ำทุกครั้ง เมื่อโฆษณาพาคนเข้ามาแล้ว ต้องมีที่ให้เขากลับมาได้โดยไม่ต้องซื้อซ้ำ
ข้อสอง การเติบโตของ TikTok หมวดโซเชียล และอีคอมเมิร์ซ บอกว่างบกำลังวิ่งเข้าหาจุดที่วัดยอดขายได้ ธุรกิจจึงควรเตรียมหน้าสินค้า หน้า Landing Page และระบบชำระเงินให้พร้อมรับทราฟฟิกจากครีเอเตอร์ ไม่ใช่ปล่อยให้คนคลิกมาแล้วเจอหน้าเว็บช้าหรือข้อมูลไม่ครบ
ข้อสาม การที่ YouTube และ LINE Ads ถูกลดงบในภาพรวม ไม่ได้แปลว่าไม่เหมาะกับทุกธุรกิจ ช่องทางที่คนอื่นถอยอาจมีต้นทุนต่ำลงสำหรับบางกลุ่มเป้าหมาย ควรตัดสินจากผลลัพธ์ของตัวเอง ไม่ใช่ตามค่าเฉลี่ยตลาด
ขั้นตอนที่ทำได้ทันที
ก่อนวางงบปี 2570 เราแนะนำให้ทบทวนสัดส่วนงบปัจจุบันเทียบกับยอดขายจริง แล้วค่อยปรับทีละขั้น แทนการย้ายงบทั้งหมดตามกระแส
ขั้นตอนเหล่านี้ไม่ต้องใช้งบก้อนใหญ่ เป้าหมายคือทำให้ทุกบาทที่จ่ายเพื่อเข้าถึงคน ไปจบในที่ที่เปลี่ยนความสนใจเป็นยอดขาย Lead หรือลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำได้ และรู้ได้ว่าช่องทางไหนทำงานจริง
- แยกงบตามเป้าหมาย: สร้างการรับรู้ กระตุ้นความสนใจ และปิดการขาย แล้ววัดแต่ละก้อนด้วยตัวชี้วัดของมันเอง
- ทดลองงานครีเอเตอร์หรือ TikTok ด้วยงบจำกัด และผูกลิงก์ติดตามถึงยอดขายหรือ Lead จริง
- ตรวจความเร็วและความชัดเจนของหน้า Landing Page บนมือถือก่อนเพิ่มงบโฆษณา
- สร้างฐานข้อมูลลูกค้าของตัวเองผ่านเว็บไซต์และ LINE OA โดยขอความยินยอมให้ถูกต้องตาม PDPA
- ใช้ AI ช่วยผลิตคอนเทนต์ได้ แต่ให้คนตรวจทานเรื่องข้อเท็จจริงและน้ำเสียงของแบรนด์ทุกชิ้น
สิ่งที่ควรจำ
- DAAT และ Kantar ปรับคาดการณ์งบโฆษณาดิจิทัลไทยปี 2569 เป็นบวก 0.3% ราว 32,339 ล้านบาท
- Meta ยังนำที่ 25% แต่ลดลง 4% ส่วน TikTok โต 16% ขึ้นมาที่ 24%
- Display, YouTube และ LINE ถูกตัดงบ ขณะที่โซเชียลอื่นและอีคอมเมิร์ซโตเกิน 25%
- สกินแคร์ใช้งบมากที่สุด ส่วนสุขภาพ เส้นผม และช่องปากโตเร็วที่สุด
- เมื่องบรวมไม่โต ช่องทางที่ธุรกิจเป็นเจ้าของเองและหน้าเว็บที่ปิดการขายได้จะสำคัญขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
งบโฆษณาดิจิทัลไทยปี 2569 มีมูลค่าเท่าไร
ตามการปรับคาดการณ์ของ DAAT และ Kantar เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 อยู่ที่ประมาณ 32,339 ล้านบาท เติบโต 0.3% จากปีก่อน
ทำไมตัวเลขถึงพลิกจากติดลบเป็นบวก
สื่อหลายแห่งรายงานว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ช่วยพยุงกำลังซื้อ ทำให้แบรนด์ไม่ลดงบดิจิทัลลงมากอย่างที่คาดไว้ต้นปี
แพลตฟอร์มไหนได้งบโฆษณามากที่สุดในปี 2569
Meta ได้มากที่สุดราว 8,157 ล้านบาท หรือ 25% ตามด้วย TikTok ราว 7,779 ล้านบาท หรือ 24%
ธุรกิจขนาดเล็กควรย้ายงบไป TikTok ทั้งหมดหรือไม่
ไม่ควรย้ายทั้งหมดตามค่าเฉลี่ยตลาด ควรทดลองด้วยงบจำกัด วัดผลถึงยอดขายจริง แล้วค่อยเพิ่มงบในช่องทางที่ได้ผลกับกลุ่มลูกค้าของตัวเอง
ถ้างบโฆษณาไม่เพิ่ม ควรลงทุนอะไรแทน
ช่องทางที่เป็นเจ้าของเอง เช่น เว็บไซต์ที่โหลดเร็วและปิดการขายได้ LINE OA และฐานข้อมูลลูกค้าที่เก็บอย่างถูกต้องตาม PDPA ช่วยลดการพึ่งพาโฆษณาในระยะยาว
แหล่งอ้างอิง
- DAAT ร่วมกับ KANTAR เผยงบโฆษณาดิจิทัลปี 2569 พลิกบวก +0.3% ปิดปี 2026 ที่ตัวเลขประมาณ 32,339 ล้านบาท · Marketing Oops · 2026-10-03
- ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ อุ้มงบโฆษณาดิจิทัลรอดติดลบ ‘DAAT’ กางเงินสะพัด 3.23 หมื่นล้าน · กรุงเทพธุรกิจ (Bangkok Biz News) · 2026-10-03
- DAAT and Kantar revise Thailand’s 2026 digital ad spend to +0.3%, about THB 32,339 million · Relevant Audience · 2026-10-05
บทความนี้เขียนใหม่และวิเคราะห์โดยทีม The ADDs ตัวเลขทั้งหมดมาจากแหล่งข้างต้น
อยากให้ทีมช่วยเรื่องนี้?
การตลาดดิจิทัล · ปรึกษาครั้งแรกฟรี
อ่านต่อ
ดูทั้งหมดDigital 2026 Thailand: ตัวเลขล่าสุดบอกว่าคนไทยอยู่ตรงไหนบนโลกออนไลน์
สรุปตัวเลขจากรายงาน Digital 2026 Thailand ของ DataReportal ทั้งผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย LINE TikTok Facebook และสิ่งที่นักการตลาดไทยควรอ่านให้ออก
AEO & SEOGoogle เพิ่มลิงก์ใน AI Mode และ AI Overviews: จะช่วยให้คนคลิกเข้าเว็บมากขึ้นจริงไหม
Google ปรับ AI Overviews และ AI Mode ให้แสดงลิงก์ในเนื้อหามากขึ้นและสูงขึ้น แต่ยังไม่มีข้อมูลการคลิกให้เจ้าของเว็บดู ขณะที่งานวิจัยชี้ว่าคลิกลดลงไปแล้วมาก
AEO & SEOGoogle ออกคู่มือ AI Search: ไม่ต้องทำ llms.txt แต่ห้ามทิ้งพื้นฐาน SEO
คู่มือทางการของ Google ระบุว่า AEO และ GEO ก็คือ SEO ไม่ต้องมี llms.txt ไม่ต้องหั่นเนื้อหา และ Schema ไม่ใช่ทางลัด สิ่งที่ได้ผลคือคอนเทนต์ที่มีของจริงและเว็บที่ Google อ่านได้

